สามารถดูสินค้าจริงได้ที่ Euphoria Thailand ทุกสาขา
ครีมกันแดดทาหน้าถือเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่ไม่ว่าผู้ชาย ผู้หญิงหรือว่าจะช่วงวัยไหนก็ควรมีติดตัวและใช้เป็นประจำทุกวัน ต่อให้บำรุงด้วย สกินแคร์ ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่ทากันแดดควบคู่ไปด้วยคือจบ ! ทั้งผิวหมองคล้ำเสีย แถมฝ้า กระ ยังถามหา ดังนั้น ครีมกันแดด จึงถือเป็นไอเทมที่ต้องมีติดตัวและใช้เป็นประจำทุกวัน แม้ในช่วงที่สภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนก็ตาม เพราะเราต้องเจอกับรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV เกือบตลอดเวลา รวมไปถึงป้องกันแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน ซึ่งล้วนก่อให้เกิดปัญหาผิวต่าง ๆ
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ปกป้องผิวหน้าจากแสงสีฟ้าจากโทรศัพท์ ทำผิวหน้าหมองคล้ำ ตัวการทำหน้าแก่ก่อนวัย ด้วยครีมกันแดด
ทำไมต้องใช้ครีมกันแดดทาหน้า
ใครหลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเราต้องใช้ครีมกันแดดทาหน้า แล้วนอกเหนือจากการปกป้องผิวที่โดนแสงแดดและมลภาวะทำร้าย ครีมกันแดดจะสามารถช่วยให้ผิวของเราดีขึ้นได้บ้างหรือไม่ คำตอบก็คือได้ค่ะ เพราะครีมกันแดดมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดมากทีเดียว
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : [เคล็ดลับ] มาตำวิธีป้องกันอันตรายจากแสงแดดก่อนสายเกินไป
ช่วยขจัดปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้ง
เคยรู้สึกว่า ผิวขาดความชุ่มชื้นหรือใบหน้าแห้งตึง ทั้งที่สภาพอากาศในขณะนั้นไม่ได้แห้งบ้างหรือเปล่าคะ มีข้อมูลระบุไว้ว่า
การเผชิญกับรังสี UV เพียง 20 – 30 นาที ก็สามารถทำให้ความชุ่มชื้นของผิวเราลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ยิ่งถ้าเราไม่ได้ทาครีมกันแดดด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นการทำร้ายผิว ส่งผลให้น้ำในผิวระเหยออกไป เกิดปัญหาใบหน้าแห้งตึง ไม่มีชีวิตชีวาและรู้สึกขาดน้ำ ซึ่งก่อให้เกิดริ้วรอยหรือปัญหาผิวแก่ก่อนวัยในภายหลัง ทั้งยังส่งผลให้การเจริญเติบโตของเซลล์ในชั้นผิวช้าลง เกราะป้องกันผิวอ่อนแอมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะครีมกันแดดทาหน้าเป็นไอเทมบำรุงผิวอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันปัญหาผิวทั้งหมดที่กล่าวมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยลดปัญหากระ ฝ้าและจุดด่างดำ
รังสี UV เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดเม็ดสีเมลานินขึ้นภายในชั้นผิวหรือทำให้เซลล์เม็ดสีเหล่านี้ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดรอยคล้ำหรือจุดเล็ก ๆ ที่มีสีคล้ำเข้มตามใบหน้า และอาจเกิดขึ้นในชั้นผิวลึกที่เรามองไม่เห็น
ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ ปัญหากระ ฝ้าและจุดด่างดำที่ใครหลายคนต้องเผชิญและมักพบเห็นได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป
หากปล่อยทิ้งไว้ นอกจากจะเป็นเรื่องของความสวยงามบนใบหน้าแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังขึ้นได้ในอนาคต แต่คุณสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้ เพียงแค่ใช้ครีมกันแดดทาหน้าซึ่งมีส่วนช่วยให้การยับยั้งรังสี UV อันเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาดังกล่าวนั่นเอง
ความแตกต่างของค่า SPF กับค่า PA
ค่า SPF และ PA ที่ระบุบนฉลากนั้นบ่งบอกว่า ครีมกันแดดนั้นมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดได้นานแค่ไหน โดย SPF คือ ค่าป้องกันรังสี UV-B ที่เป็นสาเหตุให้ผิวของเราไหม้ หมองคล้ำ ส่งผลให้เกิดกระและฝ้า ส่วน PA คือ ค่าป้องกันรังสี UV-A ที่สามารถทำร้ายผิวได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ทำให้ผิวหนังดูมีอายุกว่าวัย
- ค่า SPF (Sun Protection Factor) คือ ค่าที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกันรังสี UVB โดย SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไปจะมีความสามารถในการลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งจากแสงแดดได้ หากตัวเลขมีจำนวนมากเท่าไหร่ ก็แสดงว่าสามารถป้องกันได้ในระยะเวลาที่นานกว่า
- ส่วนค่า PA (Protection Grade for UV-A) คือ ค่าที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกัน UVA โดยแนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มีค่า +++ ขึ้นไปค่ะ
วิธีการเลือกครีมกันแดดทาหน้า
ใบหน้าเป็นส่วนที่ต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะในทุก ๆ วัน เราจึงควรเลือกครีมกันแดดที่ประสิทธิภาพสูงโดยเลือกดูจากประเภท, ส่วนผสม, ค่ากันแดด และปัจจัยอื่น ๆ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ
เลือกจากประเภทของครีมกันแดดทาหน้า
ครีมกันแดดทาหน้าสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท ตามชนิดของส่วนผสม ทั้งแบบ Physical และ Chemical โดยแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการใช้ชีวิตของเราค่ะ
สามารถดูสินค้าจริงได้ที่ Euphoria Thailand ทุกสาขา
1. ครีมกันแดดทาหน้าแบบ Physical
ครีมกันแดดประเภทนี้ใช้แร่ธาตุที่มีอยู่ตามธรรมชาติ โดยมีหลักการทำงานคือ ป้องกันหรือสะท้อนรังสียูวีไม่ให้ผ่านเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งสามารถกันรังสี UV-A, UV-B และรังสีในช่วงคลื่นความถี่อื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังอ่อนโยนแม้เป็นผิวที่บอบบางหรือระคายเคืองง่าย แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยค่ะ
แต่มีข้อเสีย คือ ส่วนใหญ่มักมีเนื้อสัมผัสเหนียว เกลี่ยยาก อาจเป็นรอยคราบหรือทำให้สีผิวของใบหน้าสว่างขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันก็มีครีมกันแดดหลายยี่ห้อที่นำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาผสาน ช่วยให้เนื้อครีมเบาบาง สามารถเกลี่ยได้ง่ายขึ้นและไม่ทิ้งรอยคราบ โดยมักจะเรียกว่า Nano Physical หากใครต้องการครีมกันแดดประเภทนี้ที่ทาง่ายกว่า ก็อย่าลืมสังเกตในส่วนนี้กันด้วยนะคะ
2. ครีมกันแดดทาหน้าแบบ Chemical
ครีมกันแดดประเภท Chemical หรือแบบใช้สารเคมีนี้จะทำหน้าที่คอยดูดซับรังสีเพื่อไม่ให้ทะลุผ่านเข้าไปทำร้ายผิว โดยใช้ส่วนผสมหลายชนิดเพื่อให้ป้องกันได้ทั้งรังสี UV-A และ UV-B โดยครีมกันแดดประเภทนี้เมื่อทาแล้วต้องรอประมาณ 20 – 30 นาที เพื่อให้สารได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อครีมจะเกลี่ยง่ายกว่าและอาจผสมสารบำรุงอื่น ๆ เพิ่มเข้าไปด้วยเพื่อช่วยให้บำรุงผิวได้ในเวลาเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยส่วนผสมที่เป็นสารเคมีหลายชนิด จึงมีโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองและอุดตันรูขุมขนได้ง่ายกว่าแบบ Physical ค่ะ
เลือกครีมกันแดดทาหน้าจากค่า SPF และ PA
เมื่อต้องการเลือกซื้อครีมกันแดดทาหน้า ใครหลายคนมักมองหาค่า SPF และ PA สูง ๆ ไว้ก่อน เพราะเชื่อว่ายิ่งสูงเท่าไรก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการปกป้องได้มากเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วยิ่งมีค่า SPF หรือ PA สูง ก็อาจมีโอกาสเกิดการระคายเคืองต่อผิวของเรามากขึ้น ดังนั้น เราควรเลือกทั้งสองค่านี้ให้เหมาะสมตามลักษณะการใช้ชีวิตของตนเอง โดยหากต้องนั่งทำงานในออฟฟิศหรือไปโรงเรียน ไม่ค่อยมีกิจกรรมกลางแจ้งมากเท่าไร ควรเลือกครีมกันแดดทาหน้าที่มีค่า SPF 15 – 30 และ PA + หรือ ++ แต่หากทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือต้องเจอแสงแดดตลอดเวลา ควรใช้ครีมกันแดด SPF 30 – 50+ และ PA +++ จะดีที่สุดค่ะ
เลือกครีมกันแดดทาหน้าแบบกันน้ำ
หากคุณกำลังมองหาครีมกันแดดทาหน้าคู่ใจไว้ไปเที่ยวทะเล ปาร์ตี้ริมสระ เล่นน้ำหรือเล่นกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ แนะนำให้เลือกครีมกันแดดทาหน้าแบบกันน้ำเลยค่ะ เพราะจะช่วยให้ครีมกันแดดติดทนกับผิวหน้าของเราได้ยาวนานมากขึ้น แต่ข้อควรระวัง คือ ครีมกันแดดประเภทนี้อาจล้างทำความสะอาดได้ยากกว่า เราจึงควรล้างทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดจนแน่ใจว่า ไม่เหลือสิ่งตกค้างอันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิว
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นครีมกันแดดแบบกันน้ำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกันน้ำและเหงื่อได้ 100% นะคะ คุณจึงไม่ควรลงเล่นน้ำหรือกิจกรรมสมบุกสมบันที่อาจทำให้ครีมกันแดดละลายหรือถูกชะล้างออกไป หากสัมผัสโดนน้ำหรือเหงื่อในปริมาณมาก ควรซับพื้นที่นั้นให้แห้งและทาซ้ำอยู่เสมอ เพื่อคงประสิทธิภาพการกันแดดไว้ให้ได้มากที่สุดค่ะ
เลือกครีมกันแดดทาหน้าจากส่วนผสม
หากเป็นครีมกันแดดประเภท Physical คุณควรมองหาส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพในการสะท้อนหรือดูดซับแสงเพื่อป้องไม่ให้รังสี UV เข้าสู่ชั้นผิวอย่าง Titanium Dioxide, Zinc Oxide, Iron Oxide เป็นต้น และในขณะเดียวกัน หากเป็นครีมกันแดดแบบ Chemical แนะนำให้มองหาสารที่ช่วยกรองรังสี UV-A และ UV-B อย่าง Oxybenzone, Avobenzone, Dioxybenzone, Octocrylene ฯลฯ รวมไปถึง Ecamsule (Mexoryl SX) หรือ Bisoctrizole (Tinosorb M) ก็ได้เช่นกัน
แต่ส่วนผสมที่ควรหลีกเลี่ยง คือ PABA หรือ Aminobenzoic Acid ซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย โดยอาจมองหาจากฉลากที่ระบุว่าเป็น PABA-Free หรือปลอดสาร PABA ค่ะ
สามารถดูสินค้าจริงได้ที่ Euphoria Thailand ทุกสาขา
วิธีการทาครีมกันแดดทาหน้าที่ถูกต้อง
กรณีที่อยู่ในร่ม ทั้งในห้องหรือออฟฟิศทั้งวัน การทากันแดดในตอนเช้าเพียงครั้งเดียวก็ถือว่าเพียงพอ แต่หากต้องออกไปข้างนอกที่ต้องเจอทั้งแสงแดดและมลภาวะ รวมไปถึงการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ต่อให้มี SPF และ PA หรือแม้แต่มีคุณสมบัติกันน้ำสูงแค่ไหนก็ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพในการกันแดดที่ดียิ่งขึ้น
ส่วนปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการทากันแดด คือ 2 ข้อนิ้วชี้เต็มสำหรับใบหน้า และ 2 ข้อนิ้วชี้เต็มสำหรับลำคอ โดยเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ให้เนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิว แล้วจึงตามด้วยแป้งฝุ่นหรือลงเครื่องสำอางในขั้นตอนต่อไป ส่วนวิธีการล้างทำความสะอาดก็ควรเช็ดหน้าด้วยคลีนซิงหรือสบู่ตามปกติโดยไม่ให้เหลือสิ่งตกค้างอันเป็นสาเหตุที่ทำให้รุขุมขนอุดตันและก่อให้เกิดสิวได้ง่าย
บทสรุป 5 วิธีการเลือกซื้อครีมกันแดดทาหน้า ยังไงให้ต๊าซซซ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับความรู้เกี่ยวกับครีมกันแดดที่เรานำมาฝากในวันนี้ ทุกคนคงจะพอทราบแล้วว่าทำไมเราถึงต้องใช้ครีมกันแดด แล้วค่า SPF และ PA นั้นแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงวิธีการเลือกซื้อครีมกันแดดทาหน้าที่เหมาะสมพร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่า รังสี UV อยู่กับเราทุกที่ แม้จะอยู่ในบ้านหรือในที่ร่มก็มีโอกาสที่เราจะโดนแสงแดดทำร้ายได้ ดังนั้น จึงควรหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว
หลายคนอาจจะเลือกครีมกันแดดได้แล้ว ครีมกันแดดทาหน้าที่เราได้นำเสนอไป แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ แม้ครีมกันแดดทาหน้าบางยี่ห้อจะระบุวันหมดอายุเอาไว้ ก็ควรใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน นับจากวันที่เปิดใช้งาน เพราะส่วนผสมอาจเสื่อมสภาพได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวของเราน้อยลงค่ะ


เรื่องน่ารู้อื่นๆ
5 ประโยชน์ของวิตามินซี ที่เป็นส่วนผสมหลักอยู่ในสกินแคร์
อ่านเพิ่มเติมพ.ย.
มาดูสรรพคุณของใบบัวบก ประโยชน์ในการลดการอักเสบ
อ่านเพิ่มเติมก.พ.
เซรั่มวิตซีเกาหลี คืออะไร? จริงหรือไม่!! ที่ช่วยให้ผิวหน้าขาวใส ไร้รอยสิว
อ่านเพิ่มเติมก.ค.
อายครีม (Eye Cream) มารู้จักตัวช่วยสำคัญที่แก้ปัญหาเรื่องใต้ตาดำของสาวๆ
อ่านเพิ่มเติมพ.ค.
วิธีใช้ประโยชน์ของการใช้ทองคำบำรุงผิวหน้า แบ่งออกได้ใหญ่ๆ 10 วิธีทำสม่ำเสมอเพื่อความงาม ดุจคลีโอพัตรา
อ่านเพิ่มเติมเม.ย.
เรื่องสิว สิวและสาเหตุการเกิดสิวนั้นที่พวกคุณอาจไม่เคยรู้กันมาก่อนเลย มาตำกันค่ะ
อ่านเพิ่มเติมเม.ย.
วิธีและสูตรทำให้ผิวขาวสดใสปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย ภายใน 1 เดือน
อ่านเพิ่มเติมก.พ.
แนะนำโฟมล้างหน้า (คลีนเซอร์) ที่ดีที่สุด ช่วยลดหน้ามัน ใช้ได้ทั้งผิวมัน หรือผิวผสม ช่วยลดสิวและริ้วรอย
อ่านเพิ่มเติมพ.ค.
มาว่ากันเรื่อง แผ่นมาส์กหน้า (Sheet Mask) ยี่ห้อไหนดี ช่วยกู้หน้าและบำรุงผิว มาส์กหน้าได้ทุกวันโอเค นัมเบอร์วัน
อ่านเพิ่มเติมเม.ย.
สกินแคร์เกาหลี ตัวช่วยผิวสวย หน้าใส ที่นิยมแบบไอดอลเกาหลีไม่ใช่เรื่องยาก!
อ่านเพิ่มเติมพ.ย.
[เจาะลึก] วิตามินซีกับเซรั่ม Vitamin C [วิตซี]เคล็ดลับความงามที่เปล่งปลั่งทั้งภายในและภายนอก
อ่านเพิ่มเติมธ.ค.
รีวิว สูตรวิธีมาร์คหน้าขาวใส ลดรอยสิว มาส์กหน้าได้ทุกวัน ไม่ต้องกลัวพัง กู้หน้าพังให้กลับมาสดใส มาดูให้รู้ จะได้ไม่พลาดอีก
อ่านเพิ่มเติมมี.ค.
เวชสำอาง กับ เครื่องสำอางผลิตภัณฑ์บำรุงผิว คืออะไรและแตกต่างกันอย่างไร
อ่านเพิ่มเติมต.ค.
เซรั่มไฮยาลูรอนเกาหลี ไฮยาลูรอน คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไรในการบำรุงผิว
อ่านเพิ่มเติมเม.ย.
มาดูเคล็ดลับการเลือกซื้อสกินแคร์หน้าขาวกระจ่างใส ยังไงให้ได้ของถูกและดี!!
อ่านเพิ่มเติมเม.ย.
มาทำความรู้จักกับเรตินอลกันเถอะ เรตินอลคืออะไร เรตินอลช่วยเรื่องอะไร มาดูกัน!!
อ่านเพิ่มเติมต.ค.
สิวคืออะไร สาเหตุและอาการของสิว มีอะไรบ้างมาทำความรู้จักกันเถอะ
อ่านเพิ่มเติมมิ.ย.
การให้ผิวหน้าคุณแลดูสดใสอ่อนเยาว์ด้วยเซรั่มบำรุงผิว เผยผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องปกปิดอีกต่อไป
อ่านเพิ่มเติมพ.ค.
ตามมาจากรีวิว pantip เรามาทำความรู้จักกันว่า เอสเซ้นส์ (Essence) คืออะไร?
อ่านเพิ่มเติมธ.ค.
HOW TO 14 วิธีกำจัดสิวเสี้ยนให้ได้ผล สิวเสี้ยนคืออะไร ทำไงให้รูขุมขนไม่อุดตันเพิ่ม หายขาดอย่างเป็นธรรมชาติ
อ่านเพิ่มเติมมิ.ย.