เมื่อพูดถึงการดูแลผิวหน้าแล้ว นอกจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด และหลีกเลี่ยงหรือป้องกันปัจจัยที่ทำร้ายผิวแล้ว การบำรุงผิวหน้าตามสภาพผิวก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน

บทความเกี่ยวกับ : แผ่นมาร์คหน้าเกาหลี ครีมมาส์กหน้าที่ช่วยให้หน้าใส ลดสิว

มาร์คหน้าช่วยอะไร

facebook cliv thailand

add line

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผิวหน้า

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะเริ่มดูแลผิวหน้า จะต้องรู้จักผิวของเราเสียก่อน เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวนั่นเอง

1. ก่อนจะบำรุงผิว ต้องรู้จักสภาพผิวหน้าของตัวเองก่อน

ผิวหน้าของเรานั้น มีการแบ่งประเภทเอาไว้ 4 ประเภท ดังนี้

  • ผิวธรรมดา

ต้องบอกเลยว่าใครที่มีผิวธรรมดานั้นโชคดีมาก ๆ ผิวธรรมดาจะมีลักษณะที่ไม่มันจนเกินไป และไม่แห้งจนเกินไป เป็นผิวที่มีสมดุลมากที่สุด มีรูขุมขนที่เล็ก ผิวนุ่มและเรียบเนียน และปราศจากสิว

  • ผิวแห้ง

ผิวแห้ง คือผิวที่ขาดความมันบนใบหน้ามากกว่าปกติ และกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว จึงทำให้ผิวแห้ง ขาดการป้องกันจากผิว ทำให้ดูหยาบกร้านและหมองคล้ำ เห็นรอยแตกของผิวชัดเจน ผิวด้าน ลอกเป็นขุย และมักมีอาการคันอยู่บ่อย ๆ  ซึ่งในบางครั้งนั้นผิวแห้งอาจเกิดได้ทั้งจากการสูญเสียน้ำหรือเหงื่อในผิว หรือไขมันในชั้นผิว

  • ผิวมัน

ผิวมัน สังเกตได้ง่ายเลยว่าจะมีน้ำมันผลิตบนผิวหน้ามากกว่าปกติ และมักจะมีรูขุมขนกว้าง หน้าจึงมักจะมันง่าย ทั้งยังเป็นสิวได้ง่ายอีกด้วย โดยเฉพาะสิวอุดตัน เนื่องจากน้ำมันบนใบหน้าจะเข้าดักจับสิ่งสกปรกอย่างเช่นฝุ่นละอองได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น

  • ผิวผสม

ผิวผสมเป็นผิวที่ประกอบด้วยประเภทของผิวที่มากกว่าหนึ่ง เช่น ผิวมันและผิวแห้ง ซึ่งมักจะพบว่าผิวจะมันมากในบริเวณทีโซน (หน้าผากและจมูก)

สามารถดูสินค้าจริงได้ที่ Euphoria Thailand ทุกสาขา

วิธีมาร์คหน้า

facebook cliv thailand

add line

2. ค่า pH ผิวคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ ?

เรามักจะเห็นคำว่า ค่า pH อยู่บ่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าคืออะไร แล้วทำไมจึงสำคัญ ค่า pH คือ ค่าสมดุลระหว่างความเป็นกรด-ด่างของผิว ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น อุณหภูมิ มลภาวะ และสารเคมี ฯ เปรียบเสมือนค่าที่ควบคุมการป้องกันของผิว โดยค่า pH ที่เหมาะสมนั้น ควรอยู่ที่ตัวเลข 7 หากต่ำกว่าก็ถือเป็นกรด ส่วนค่าที่สูงกว่าก็จะถือเป็นด่างนั่นเอง

      ดังนั้นค่า pH จึงมีความสำคัญในการปกป้องผิวจากการถูกทำลาย  ช่วยรักษาความนุ่ม หากปล่อยให้ผิวมีค่า pH ความเป็นด่างสูง ก็จะทำให้เกราะป้องกันผิวลดลง ส่งผลให้ผิวบอบบางและเกิดอาการแพ้ได้ง่าย

3. แสงแดดทำร้ายผิว ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต่อผิว

เราต่างก็รู้กันดีว่า แสงแดดเปรียบได้กับศัตรูฉกาจที่คอยทำร้ายผิว อย่างไรก็ดี แสงแดดก็มีความจำเป็นต่อผิวเช่นเดียวกัน เนื่องจากร่างกายของเราต้องการวิตามินดี (Vitamin D) ซึ่งช่วยในการดูดซึมของแคลเซียมเพื่อสร้างการป้องกันกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย โดยควรให้ผิวได้รับวิตามินดีจากแสงแดดที่ไม่ทำร้ายผิวในช่วงเวลา 6 โมงเช้า – 8 โมงเช้า หรือในช่วงหลัง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป

4. ขัดผิวบ่อย ๆ ใช่ว่าจะดี

การขัดผิวเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และทำให้ใบหน้ากระจ่างใส แต่การขัดผิวก็มีข้อควรระวัง เพราะถ้าหากเราทำการขัดผิวบ่อยเกินไป จะส่งผลให้ผิวบาง แห้งกร้านและขาดความชุ่มชื่น ดังนั้นความถี่ของการขัดผิว จึงอยู่ที่ 1-2 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น

5. ท่านอนหน้ายับ ! เลิกได้แล้ว

เข้าใจว่าในบางทีที่เรานอนและอยู่ในช่วงที่ต้องพลิกตัวมันยากที่จะบังคับตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลยซะทีเดียว เพราะการนอนคว่ำ หรือนอนตะแคงเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง จะทำให้ผิวหน้าเกิดรอยได้ และยังจะส่งผลเสียต่อผิวหน้าอีกด้วย ดังนั้น พยายามบังคับท่านอนของตัวเองให้นอนหงายให้ได้มากที่สุด

facebook cliv thailand

add line

ดูแลผิวสวยให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ได้อย่างไร ?

1. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน

หลายคนไม่กล้าดื่มน้ำเยอะ เพราะกลัวตัวบวมน้ำ ไม่ต้องกังวลไปถ้าดื่มน้ำอย่างถูกวิธี ด้วยการค่อย ๆ จิบที่ละนิดไปตลอดทั้งวัน อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำเด็ดขาด และอย่าดื่มน้ำรวดเดียวทีละเยอะ ๆ เพราะจะทำให้ร่างกายเร่งขับน้ำออก เมื่อน้ำในร่างกายถูกขับออกหมด น้ำในร่างกายก็จะเหลือไม่พอที่จะให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว ผลก็คือจะทำให้ผิวขาดน้ำ ขาดความชุ่มชื่นและความเต่งตึง

2. นอนหลับให้เพียงพอ

เทรนด์อดนอนไม่ควรนำมาใช้เด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพแย่แล้ว ยังทำร้ายผิวอีกด้วย ซึ่งในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่นั้น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ไม่เว้นแม้กระทั่งผิว ลองสังเกตดูก็ได้ว่าระหว่างคืนที่นอนเต็มอิ่มเปรียบเทียบกับคืนที่นอนไม่อิ่ม แบบไหนที่ทำให้ผิวหน้าของเราเด้งกว่ากัน

3. เติมอาหารให้ผิวด้วยครีมบำรุง

ไม่จำกัดเฉพาะแค่ครีมเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวหน้าแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น เช่น โลชั่น เซรั่ม หรืออิมัลชั่น (Emulsion) สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกผลิตภัณฑ์ก็คือ สภาพผิวหน้าของเรา เช่น ผิวธรรมดา ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม เพื่อที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเรา รองลงมาก็คือ รู้ปัญหาผิว เช่น หมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื่น หรือมีริ้วรอย เป็นต้น

4. มาสก์หน้าเป็นประจำ

ถึงแม้จะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในทุก ๆ วันแล้ว ในบางครั้งก็ไม่พอที่จะดูแลผิวของเรา อย่างเช่น ในบางวันที่ต้องการความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าเป็นพิเศษ หรือในวันที่ต้องเผชิญกับแสงแดดหรือมลภาวะจนหน้าหมองคล้ำกว่าทุกวัน มาส์กหน้าจะช่วยจัดการดูแลเรื่องพวกนี้ให้ พร้อมบำรุงผิวไปด้วยในตัว

5. แม้แต่อากาศก็ยังต้องการน้ำ เติมน้ำให้อากาศบ้าง

เคยมั้ยที่ผิวแห้งมาก ๆ ทั้งที่อยู่แต่ในบ้านหรือในห้องทั้งวัน นั่นเพราะอากาศที่อยู่รอบตัวเราดูดน้ำไปจากผิวหนังของเรานั่นเอง และยิ่งเฉพาะอยู่แต่ในห้องที่เปิดแต่เครื่องปรับอากาศทั้งวันแล้วด้วย ยิ่งแห้ง ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้อากาศดูดน้ำจากผิวของเราไปแห้งกร้านจนเหี่ยว ก็ให้เอาวางถ้วยใส่น้ำอุ่นชามใหญ่ตั้งไว้ใกล้ ๆ หรือถ้ามีงบหน่อยก็ซื้อเครื่องสร้างความชื้นไปเลยก็ได้ เพราะนอกจากจะทำให้ห้องชื้นไม่แห้งแล้ว ยังสร้างกลิ่นหอม ๆ ซึ่งช่วยให้เราผ่อนคลายได้อีกด้วย

6. ทานอาหารให้ครบหมู่ และไม่อดอาหาร

สวยจากภายนอกแล้ว ก็ต้องสวยจากภายในคู่กันไปด้วย เพราะผิวก็ต้องการวิตามินและเกลือแร่เช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย แถมยังช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและขับถ่ายดีด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้ผิวสวยตามมา นอกจากนี้ไม่ควรที่จะอดอาหาร เพราะจะส่งให้กล้ามเนื้อและผิวหนังไม่กระชับและผิวหย่อนคล้อยตามมาได้ รวมไปถึงอาจส่งผลให้เกิดภาวะการขาดวิตามินที่จำเป็นต่อผิว ซึ่งอาจทำให้เกิดสิ่งผิดปกติกับผิวหนังได้อย่าง ผื่นแดง ผิวตกสะเก็ด เป็นต้น

7. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังจะช่วยให้ขับเหงื่อออกมา พร้อมกันนั้นก็ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิวด้วยจากการกระตุ้นต่อมผลิตไขมัน และทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี ซึ่งจะส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดี และชะลออายุผิวได้อีกด้วย หากเราออกกำลังกายสม่ำเสมอก็จะทำให้ดูหน้าเด็ก ผิวใสจนใครเห็นก็ต้องอิจฉา

สามารถดูสินค้าจริงได้ที่ Euphoria Thailand ทุกสาขา

facebook cliv thailand

add line

การมาร์คหน้า คืออะไร ??

สำหรับในยุคปัจจุบันนั้น วิถีชีวิตของคนในแต่ละยุค แต่ละสมัยนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ทั้งหน้าที่ อาชีพการงาน ค่าครองชีพก็เช่นเดียวกัน เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การวิจัยในเรื่องต่างๆ มีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก หากเทียบกับสมัยกาลก่อน

ก็เรียกได้ว่า หลายๆ อย่างที่เรารู้จัก ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลง บ้างก็สูญหายไปเป็นจำนวนมาก บ้างก็ได้รับการพัฒนา จนรูปแบบต่างออกไปชัดเจน และแน่นอนว่าหลายอย่างก็ยังคงอยู่ ตามรูปแบบเดิม อาจจะด้วยเพราะเหตุผลที่ว่า “ดีอยู่แล้ว” ทำให้ไม่ต้องการ การพัฒนา หรือเปลี่ยนแปลงอะไรเลยนั่นเอง

นอกจากนี้เรื่องของ “ความสวย ความงาม” เองก็เป็นหนึ่งสิ่งที่ได้รับการพัฒนา จากอดีต มาจนถึงปัจจุบัน และลากยาวไปจนถึงอนาคตอันไกลโพ้น เพราะความสวย ความงามเป็นสิ่งที่สามารถเรียกได้ว่า เป็นของที่จะอยุ่เคียงข้างมนุษย์เราไปจนวันตายนั้นเอง ใครบ้างไม่อยากสวย ใครบ้างไม่อย่างดูดี และใครบ้างที่ไม่อยากดูแลตัวเอง ดั่งคำที่ว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง

และหนึ่งในผลิตภัณฑ์บำรุงความสวยความงาม ที่หนุ่มๆ สาวๆ มักจะขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดก็คือ มาร์คหน้า แล้วการ มาร์คหน้าคืออะไร หลายคนยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร การ มาส์กหน้า คือ ทา หรือ เคลือบผิวหน้าของเราด้วยสาร หรือ ส่วนผสมที่จะเข้าไปบำรุง

โดย มาร์กหน้า นั้นจะมีสารบำรุงที่เข้มข้นเป็นพิเศษ และยังสามารถเข้าไปช่วยดูดซับสิ่งสกปรกบนใบหน้า ที่แอบซ่อนตามรูขุมขนที่กว้างของเรานั้นเอง แต่บางคนอาจจะบอกว่า หน้าเราสะอาดอยู่แล้ว ดูแลด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าอยู่เป็นประจำ แต่อยากจะบอกว่าในยุคปัจจุบันที่โลกของเรานั้นมีมลพิษ และสิ่งแปลกปลอมมากกว่าที่ตาเราเห็น ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นควัน มลพิษทางท้องถนนที่เราแทบไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้แม้แต่วินาทีเดียว

แม้แต่ในห้องที่เป็นระบบปิด ก็ต้องบอกว่า มลพิษที่จะทำลายผิวหน้าของเรานั้นก็ยังเข้าถึง!! ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ถ้าหากเราเจอทุกวัน และต้องจมอยู่กับมลพิษเหล่านั้นวันละหลายต่อหลายชั่วโมง ยังไงก็ต้องมีสิ่งสกปรกที่สั่งสมอยู่ภายในชั้นผิวของเราแน่นอน

 ” นอกจากช่วยดูดซับสิ่งสกปรกแล้ว  ยังช่วยในเรื่องของ น้ำมันส่วนเกินที่อยู่บนชั้นผิวของเรา ช่วยปรับสมดุลของผิวในมีความมันสม่ำเสมอ ไม่แห้งเกินไป และไม่มันจะเยิ้มจนเกินไปนั้นเอง “

facebook cliv thailand

add line

มาส์กหน้าที่เราใช้ ๆ กันนั้นมีกี่ประเภท ?

มาสก์หน้าที่เราใช้ ๆ กันอยู่ มีอยู่หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็ใช้งานต่างกัน รวมถึงแต่ละสภาพผิวด้วย

1. มาส์กหน้าแผ่นแบบลอกออก

สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าแผ่นแบบลอกออก : ผิวแห้ง

มาส์กหน้าแผ่นแบบลอกออก เป็นมาสก์ที่ถือว่าใช้ง่ายที่สุดแล้วก็ว่าได้ ทำจากวัสดุหลายแบบ ซึ่งมีทั้งแบบแผ่นผ้าบาง ๆ แผ่นเจล แผ่นพลาสติก วิธีใช้แค่กางแผ่นมาส์กออกมา แล้ววางบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร จากนั้นก็ลอกออก

2. มาส์กหน้าแบบโคลน

สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าแบบโคลน : ผิวธรรมดา ผิวมัน

ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีผิวหน้าแห้ง เพราะโคลนจะดูดน้ำที่อยู่บนผิวหน้าของเราออกไปในปริมาณที่มาก อย่างไรก็ดี คนที่มีผิวธรรมดา หรือผิวมันก็ไม่ควรปล่อยทิ้งโคลนเอาไว้นานเกินจนแห้งแตกเพราะจะทำให้ผิวแห้ง แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของมาสก์หน้าโคลนก็คือ เมื่อมันแห้ง โคลนจะดูดจับเอาความมันส่วนเกิน สิ่งสกปรก และฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามรูขุมขนออกให้ ทำให้ผิวหน้าได้รับการทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก

3. มาส์กหน้าครีม

สภาพผิวที่เหมาะสมกับมาสก์หน้าครีม : ผิวแห้ง ผิวธรรมดา

ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นและค่อนข้างเหนียว จึงไม่เหมาะกับคนที่มีผิวมัน คุณสมบัติที่ดีของมาส์กหน้าครีมก็คือ ช่วยให้สารบำรุงในเนื้อครีมเข้าซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดี ให้ความชุ่มชื่น และทำให้ผิวหน้านุ่ม ดูเต่งตึง นอกจากนี้มาส์กหน้าครีมยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  • มาสก์หน้าครีมแบบพอกแล้วล้างออก – ใช้คล้าย ๆ กับมาสก์หน้าแผ่นแบบลอกออก คือ ทามาส์กหน้าครีมทิ้งไว้ แล้วล้างออก
  • มาสก์หน้าครีมแบบทิ้งไว้ได้ทั้งคืน (sleeping mask) – ใช้สะดวก คล้ายกับทาครีมบำรุง เพราะสามารถเข้านอนได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก

4. มาส์กหน้าแบบร้อน

สภาพผิวที่เหมาะสมกับมาส์กหน้าแบบร้อน : ผิวมัน

เวลาใช้ต้องใช้มือค่อย ๆ ถูนวดไปทั่วใบหน้าระหว่างที่ใช้มาสก์หน้า ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการกับสิ่งสกปรกต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดี และช่วยให้รูขุมขนเปิด ดังนั้นเมื่อรูขุมขนเปิด จึงทำให้ผิวหน้ารับเอาออกซิเจนเข้าสู่ผิวมากขึ้น และเวลามาสก์หน้าจะค่อย ๆ ร้อน ๆ ขึ้น

5. มาส์กหน้าธรรมชาติ

สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าธรรมชาติ : ทุกสภาพผิว ขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร

มาส์กหน้าธรรมชาติ ก็คือ มาสก์หน้าที่ผสมขึ้นจากส่วนประกอบจากธรรมชาติ เช่น แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต น้ำมันมะกอก เป็นต้น แต่จะใช้อะไรบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการบำรุงในเรื่องอะไร ข้อดีของมาส์กหน้าธรรมชาติ ก็คือค่อนข้างปลอดภัยจากอาการแพ้ เพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะไม่เห็นผลได้อย่างชัดเจนในครั้งแรก จะต้องหมั่นมาส์กหน้าเป็นประจำสักระยะหนึ่ง

6. มาส์กหน้าน้ำมัน

สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าน้ำมัน : ผิวแห้ง

มาส์กหน้าน้ำมันมักจะพบได้ตามสปาต่าง ๆ ช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่น เนียนนุ่ม และกระชับผิว พร้อมกับช่วยดูแลเรื่องปัญหาผิวได้อีกด้วย

7. มาสก์หน้าเจล

สภาพผิวที่เหมาะกับมาส์กหน้าเจล : ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมัน และผิวแพ้ง่าย

มาส์กหน้าเจลมักใช้เพื่อรักษาอาการแพ้ หรือรักษาอาการผิวไหม้จากแดด เพราะเนื้อเจลจะบางกว่ามาส์กอื่น ๆ และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทั้งยังให้ความรู้สึกเย็นสบายอีกด้วย

สามารถดูสินค้าจริงได้ที่ Euphoria Thailand ทุกสาขา

facebook cliv thailand

add line

บทความเกี่ยวกับ : มาร์คหน้าทองคำ 24k

สรุปเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมาร์คผิวหน้า และควรทำตอนไหนดีที่สุด

ที่สำคัญ คุณสมบัติของ มาร์คหน้าทองคำ ยังช่วยบำรุงผิวพรรณของเรา ยังช่วยให้ผิวหน้าที่ผ่อนคลาย ช่วย ฟื้นฟูผิวหน้าที่อ่อนแอ ขาดการบำรุงรักษา

นอกจากประโยชน์ดั่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังช่วยในเรื่องของ หน้าเหี่ยว ด้วย ครีม พอก หน้า ที่อุดมไปด้วยวิตามิน และสารบำรุงมากมาย จึงไม่แปลกใจที่เรามักจะได้ยินคำแนะนำให้ทำการ มาร์คหน้า เป็นประจำ โดยคำว่า เป็นประจำนั้น หลายคนเข้าใจผิด คิดว่า คือ มาร์คหน้า ในทุกวัน จริงๆ แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นคลาดเคลื่อนไปไกล มาร์คหน้า สามารถทำได้ทุกวันจริง แต่ต้องเป็น มาร์คหน้า ที่เป็นการช่วยในเรื่องของ คืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าของเราเท่านั้น หากเป็น มาร์คหน้า ที่วช่วยแก้ไขปัญหา หน้าเหี่ยว หรือ แก้ไขปัญหาความสม่ำเสมอบนผิวหน้า ถ้าเป็นประเภทนี้ มักจะไม่แนะนำให้ทำบ่อยๆ หรือ ถี่จนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลให้หน้าของเรานั้น “บาง” และ เกิดการอักเสบได้ง่าย เพราะสารบำรุงที่เข้มข้นนั้นเอง ดังนั้นปริมาณการใช้ มาร์คหน้า ประเภทนี้ มักจะถูกแนะนำอยู่ที่การใช้ 1-2 ครั้ง / สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้ว การมาร์คหน้าจึงจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เพียงการ มาร์คหน้า หลายๆ อย่าง หากทำเกินความจำเป็นแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ดี ไม่ได้ตามที่เราหวังแน่นอน และบางครั้งจะเกิดผลเสียที่ตามมาด้วย อีกเหตุผลก็คือ “เปลือง” นั้นเอง 

 

 

นอกจากนี้การเลือกใช้ มาร์คหน้า ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของผู้ใช้ยังเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่างเช่น คนที่มีสภาพผิวแบบ หน้าแห้ง ควรเลือกใช้ มาร์คหน้า ที่อุดมไปด้วยสารบำรุง ที่จะมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวแห้ง เป็นหลัก หากคนใช้เป็นประเภทผิวหน้ามันอยู่แล้ว เลือกใช้ผิดประเภท อาจจะทำให้หน้าของท่านนั้น “เยิ้ม” และได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นนั้นเอง 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา